ทีมนักวิจัยจากประเทศญี่ปุ่น คิดค้นกระบวนการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จาก “เปลือกไม้” และเตรียมออกวางจำหน่ายในอีก 3 ปีข้างหน้า อีกไม่นานหลังจากนี้ ผู้คลั่งไคล้การดื่มด่ำด้วยรสสุรา จะมีโอกาสได้ลิ้มลองสุราจากเปลือกไม้ หลังจากที่ทีมนักวิจัยจากสถาบันวิจัยป่าไม้ และผลิตภัณฑ์จากป่า (Forestry and Forest Products Research Institute – FFPRI) ประเทศญี่ปุ่น ได้ริเริ่มศึกษากระบวนการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เรียกกันว่า เอทานอล

ที่พิเศษกว่าวิธีการแบบเดิมๆ ซึ่งมักใช้แป้ง น้ำตาล หรือเส้นใย โดยพวกเขาเลือกหยิบ ‘เปลือกไม้’ รอบๆ ตัวมาเป็นวัตถุดิบหลักในกระบวนการผลิตแทน ซึ่งมีการทดลองเมื่อเดือนมิถุนายน 2009 คล้อยหลังในอีก 9 ปีต่อมา ทีมนักวิจัย ก็สามารถประกาศก้องได้สำเร็จแล้วว่า สุราจากเปลือกไม้ เป็นเครื่องดื่มที่สามารถดื่มได้ และมีคุณสมบัติที่คล้ายสุราทุกประการ ที่สำคัญคือ ตามตำราภูมิศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น แบ่งพื้นที่ออกเป็น 47 จังหวัด กระจายตาม 8 ภูมิภาค และแต่ละภูมิภาคจะมีความโดดเด่นที่แตกต่างกันไป นั่นหมายความว่า แอลกอฮอล์จากเปลือกไม้จะให้รสชาติที่หลายหลาก ตามแต่ละท้องถิ่น รวมถึงกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ก็จะไม่เหมือนกัน เนื่องจากเทคโนโลยีการผลิตเอทานอลแตกต่างกันไปตามประเภทวัตถุดิบ ทำให้ในกระบวนการศึกษาของทีมนักวิจัยจากสถาบันป่าไม้ฯ พวกเขาต้องบดเปลือกไม้ก่อนผ่านปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส (Hydrolysis) ด้วยเอนไซม์ จนออกมาเป็นน้ำตาล แล้วเติมยีสต์ลงไปหมักน้ำตาลให้กลายเป็นแอลกอฮอล์ที่ดื่มได้ นอกจากนั้น ซึ่งทางทีมนักวิจัยพยายามหลีกเลี่ยงการใช้พลังงานความร้อนในการย่อยสลายไม้ เพราะต้องการสร้างรสสัมผัส และเก็บรักษากลิ่นอันเป็นธรรมชาติจากต้นไม้ไว้นั่นเอง

สุราจากเปลือกไม้ทำออกมา 2 เวอร์ชันทั้งแบบชง และกลั่น โดยผลิตจากสนซีดาร์ (Cedar) ต้นเบิร์ช (Birch) และต้นเชอร์รี ซึ่งสนซีดาร์ปริมาณ 4 กิโลกรัม สามารถสกัดเครื่องดื่มออกมาได้ 3.8 ลิตร และมาพร้อมดีกรีแอลกอฮอล์อยู่ที่ 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงพอๆ กับไวน์ข้าว หรือสาเก เลยทีเดียว ถึงที่สุดแล้ว ทีมนักวิจัยคาดหวังไว้ว่า ในอนาคตอันใกล้ บริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจสนใจเข้ามาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ เพื่อช่วยสนับสนุนเรื่องการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากเปลือกไม้ที่รสชาติเป็นเอกลักษณ์ต่อไป อย่างไรก็ดี รสสุราจากเปลือกไม้ จะยังไม่พร้อมให้เหล่านักดื่มได้ลิ้มรสสัมผัสภายในเร็วๆ นี้ แต่ต้องรอจนถึงปี 2021 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า ถึงจะมีโอกาสได้ร่ำสุราที่มาจากวัตถุดิบที่แปลก แหวกแนว เป็นที่สุด. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ sanook